
งานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ XPENG (เอ็กซ์เผิง) ในรุ่น XPENG L03 พวงมาลัยขวาครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย ได้มีผู้บริหารระดับสูงของแบรนด์อย่าง ‘เจมส์ วู’ รองประธาน เอ็กซ์เผิง เดินทางเข้าร่วมในการเปิดตัวครั้งนี้ โดยได้ให้สัมภาษณ์ร่วมกับ ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ถึงท่าทีของแบรนด์ต่อการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ซึ่งกำลังมีกระแสข่าวที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

‘เจมส์ วู’ รองประธาน เอ็กซ์เผิง กล่าวว่า ประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญนอกประเทศจีนของแบรนด์ บริษัทมองการเติบโตระยะยาวร่วมกับ MGC-ASIA ซึ่งประเด็นการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ของรัฐบาลบริษัทได้ติดตามอย่างใกล้ชิดโดยไม่ได้มองประเทศไทยในฐานะตลาดสำหรับการจำหน่ายรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโมบิลิตี้ อีโคซิสเท็ม

สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอ็กซ์เผิง มีโรงงานประกอบรถยนต์ 2 แห่ง คือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งนโยบายของประเทศดังกล่าวทั้ง 2 มีความชัดเจนและทิศทางของอุตสาหกรรมที่เติบโต จึงตัดสินใจลงทุนในช่วงปีที่ผ่านมา
อีกปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจในมุมของ XPENG คือศักยภาพด้านยอดขาย โดยผู้บริหารระบุว่า ในปีนี้ XPENG คาดว่ายอดขายในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 กว่าคัน ขณะที่อินโดนีเซียคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 คัน และมาเลเซียประมาณ 2,500 คัน สะท้อนให้เห็นว่าตลาดไทยยังมีขนาดและศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหลักอื่นในภูมิภาคอาเซียน และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่บริษัทต้องนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุนด้านการผลิตในประเทศ

ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยที่รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาการปรับโครงสร้างภาษีใหม่นั้น จะต้องรอให้รัฐบาลตกผลึกและประกาศออกมาอย่างชัดเจน ถึงเวลานั้นจะมีการพิจารณาอีกครั้ง โดยเอ็กซ์เผิงมุ่งเน้นการพัฒนาร่วมตลาดในประเทศที่มีการแข่งไปจำหน่าย ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะลงทุนประกอบรถยนต์ในทุกประเทศที่มีตลาด แต่บริษัทมองในภาพใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าจะมีโอกาสในการตั้งโรงงานเพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เอ็กซ์เผิงในประเทศไทย ถือได้ว่ามียอดขายในระดับสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าด้านการลงทุน จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งในการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพิจารณา และตลาดในประเทศไทยเป็นตลาดที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า

“เอ็กซ์เผิงเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะพิจารณาและศึกษาผลกระทบอย่างรอบครอบ โดยบริษัทพร้อมที่จะดำเนินตามนโยบายของประเทศไทย”
เจมส์ วู กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ใช้นโยบายดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาสร้างตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านรถยนต์ไฟฟ้าของโลก ต่อมาในปัจจุบันนี้ต้องมีการปกป้องซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งเราก็เข้าใจในสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ

การก่อตั้งโรงงานต้องใช้เวลาในการศึกษาพอสมควร ซึ่งการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทยทำให้บริษัทจะเร่งตัดสินใจในการพิจารณาการลงทุนให้เร็วขึ้น ภายใต้ความชัดเจนที่เกิดขึ้นของนโยบายรัฐหลังจากนี้
-
Facebook: facebook.com/autoiron?mibextid=LQQJ4d
- Youtube: www.youtube.com/@AUTOiRON1
- Tiktok: tiktok.com/@autoiron1?_t=8nJ016mUM4o&_r=1
- Website: autoironautomobile.com
ติดต่องานได้ที่:
- Email: autoironautomobile@gmail.com


