
บริษัท จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจและกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรครึ่งปีหลัง โดย นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ เปิดเผยถึงการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อนำพาแบรนด์เอ็มจี (MG) ก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแบบรอบด้าน ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งเอ็มจีมุ่งมั่นที่จะยกระดับภาพลักษณ์จากแบรนด์รถยนต์ตลาดทั่วไป (Mass Brand) สู่การเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่างยั่งยืน
การยกระดับภาพลักษณ์ในครั้งนี้ เอ็มจีได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้ารถยนต์ระดับพรีเมียม โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ IM ได้แก่ IM5 และ IM6 รวมถึงกลุ่มรถยนต์ลักชัวรี MPV อย่าง Maxus ผ่านการเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารจากการเน้นย้ำเพียงฟังก์ชันและอุปกรณ์ มาเป็นการสื่อสารด้านคุณค่าทางสังคม ความเอ็กซ์คลูซีฟ และสิทธิประโยชน์ที่แตกต่าง พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวคอมมูนิตี้ระดับไฮเอนด์ภายใต้ชื่อ “MG IM Society” ที่จับมือกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำเพื่อมอบสิทธิพิเศษ 4 มิติ ทั้ง Fine Dining, Fine Art, Fine Living และ Fine Balance

ซึ่งความสำเร็จของตลาดพรีเมียมในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ สะท้อนผ่านยอดขายรุ่น IM6 ที่สูงถึง 1,013 คัน ตามมาด้วย Maxus 7 จำนวน 400 คัน IM5 จำนวน 289 คัน Maxus 9 จำนวน 137 คัน และ Cyberster จำนวน 39 คัน ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโต เอ็มจีเตรียมปรับโชว์รูมทั้ง 126 แห่งเป็น 130 แห่งในปีนี้ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันภายใน 2–3 ปี พร้อมเสริมช่องทางบริการพิเศษ “Premium Lane” และสายด่วนหมายเลข 1267 สำหรับลูกค้า IM และ Maxus โดยเฉพาะ
สำหรับผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก เอ็มจีทำยอดขายรวมได้ 16,920 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 4.52% รั้งอันดับ 5 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาในห่วงโซ่อุปทานช่วงต้นปีแต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว ส่งผลให้เอ็มจีประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีจากเดิม 30,000 คัน ขึ้นเป็น 36,000 คัน โดยมีระยะเวลารอส่งมอบรถเฉลี่ยอยู่ที่ 40–45 วัน

ทั้งนี้ สัดส่วนของตลาด NEV ในไทยพุ่งสูงถึง 54.6% ในช่วงครึ่งแรกของปี และคาดว่าในปีหน้าจะขยายตัวขึ้นไปแตะระดับ 55–60% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด โดยเอ็มจีเตรียมสร้างสีสันในตลาดด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่น ลิมิเต็ดเอดิชัน ภายในเดือนนี้ และจะมีโมเดลรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเพิ่มเติมภายในสิ้นปี
ในส่วนของแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เอ็มจีคงยึดมั่นในกลยุทธ์ “Glocal” ที่ผสานนวัตกรรมระดับโลก (Global Innovation) เข้ากับความเข้าใจในตลาดไทย (Thai Passion) และการเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ (Accessible Choice) เพื่อนำเทคโนโลยีทันสมัยมาปรับใช้ให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยอย่างเหมาะสมที่สุด ปัจจุบันรถยนต์เอ็มจีใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) มากกว่า 40% พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาบนสถาปัตยกรรม E3

นอกจากนี้ เอ็มจียังคงให้ความสำคัญกับพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฮบริด เช่น MG3 Hybrid โดยมองว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่จะยังคงอยู่ร่วมกันไปอย่างน้อยอีก 10 ปีข้างหน้า ขณะที่รูปแบบการผลิตในปัจจุบันประกอบด้วยรุ่นนำเข้าสำเร็จรูป (CBU) และรุ่นประกอบในประเทศ (CKD) จากโรงงานเอ็มจีในไทยที่มีกระบวนการผลิตครบวงจรตั้งแต่การปั๊มขึ้นรูปตัวถัง
ขณะเดียวกัน เอ็มจีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของบริการหลังการขายและการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยเตือนผู้บริโภคไม่ให้นำรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้บริการกับอู่ภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage) จำเป็นต้องได้รับการดูแลด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ตลอดจนการอัปเดตระบบซอฟต์แวร์บริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่มีผลต่อประสิทธิภาพของรถโดยตรง

ทั้งนี้ เอ็มจีการันตีความพร้อมด้วยอัตราความพร้อมของอะไหล่ (Fill Rate) ที่อยู่ในระดับต้นๆ ของตลาด พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดด้วยนโยบายรับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ที่พร้อมเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ให้มีความจุ 100% หากเข้าเงื่อนไข รวมไปถึงการเป็นแบรนด์เดียวที่นำแบตเตอรี่เข้าสู่การรับรองมาตรฐาน มอก. ในประเทศไทย
เอ็มจียืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “In Thailand, For Thailand” หรือ “อยู่ในประเทศไทย เพื่อประเทศไทย” โดยไม่มองตนเองเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายรถยนต์นำเข้า แต่เป็นผู้มีส่วนร่วมสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งการลงทุนในโรงงานผลิต การพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะรองรับระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้า และการสร้างรากฐานด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่มั่นคงให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

-
Facebook: facebook.com/autoiron?mibextid=LQQJ4d
- Youtube: www.youtube.com/@AUTOiRON1
- Tiktok: tiktok.com/@autoiron1?_t=8nJ016mUM4o&_r=1
- Website: autoironautomobile.com
ติดต่องานได้ที่:
- Email: autoironautomobile@gmail.com


