
วงการยานยนต์อาเซียนช่วงนี้บอกเลยว่า “ร้อนยิ่งกว่าไฟ” ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ปูร์บายา ยูดี เซเดวา (Purbaya Yudhi Sadewa) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย หลุดคำพูดกลางงานประชุมยานยนต์ระดับนานาชาติที่บ้านเขา แบบเปิดหน้าชก ยื่นข้อเสนอสุดว้าวล่อใจยักษ์ใหญ่อย่าง โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป (Toyota Motor Corp) ให้ย้ายศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ระดับภูมิภาคจากประเทศไทย ไปปักฐานที่อินโดนีเซียแบบยกค่าย
ไม่พูดเปล่า… ท่าน รมว.คลัง อินโดฯ ยังลั่นวาจาว่า “ขอแค่ย้ายมา… อยากได้สิทธิประโยชน์อะไร ผมประเคนให้หมด!” เล่นเอาคนในวงการยานยนต์ไทยถึงกับตาค้างและอุทานพร้อมกันว่า “โอ้โห… มาแรงแซงทุกโค้งขนาดนี้เลยเหรอ”
แผลเก่าสะสม: เมื่อไทยอุ้ม EV จีน จนค่ายญี่ปุ่น-ซัพพลายเออร์ไทยร้องจ๊าก
หากเราจะมองให้ลึกไปกว่าแค่การ “ยื่นข้อเสนอ” ของอินโดนีเซีย เราต้องถอยกลับมาดู “รอยร้าว” ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นโยบายการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV 3.0 และ EV 3.5) ของรัฐบาลไทย ที่เปิดประตูให้ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเข้ามาทำตลาด ด้วยการลดอากรขาเข้าเหลือน้อยที่สุด (หรือ 0% ตามกรอบ FTA) พร้อมเงินอุดหนุนแบบจัดเต็ม มันได้สร้างแรงกระแทกชนิด “สะเทือนถึงดวงดาว” ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปเดิมในไทย
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ยอดขายของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่เคยยึดหัวหาดในไทยมานานนับ 60 ปี ร่วงกราวรูด ที่น่าเตือนกว่านั้นคือ “ซัพพลายเออร์และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุนไทยและมีการจ้างงานแรงงานไทยเป็นแสนๆ ตำแหน่ง ต่างพากันออกมาร้องไห้ระงม เพราะค่ายรถจีนที่เข้ามา หลายค่ายไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มากอย่างที่คิด หรือนำเข้าชิ้นส่วนแบบสำเร็จรูปเข้ามาประกอบ โดยใช้แรงงานของตนเอง ต่างจากค่ายญี่ปุ่นที่ปักหลักสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ร่วมกับคนไทยมายาวนาน
สถานการณ์นี้ทำให้ค่ายรถญี่ปุ่นรู้สึกเหมือน “โดนมองข้าม” ทั้งที่อยู่กินและสร้างเศรษฐกิจไทยมาหลายทศวรรษ
เสียงสะท้อนเริ่มส่งถึงคลัง: “เอกนิติ” จ่อรื้อโครงสร้างภาษีคืนความเป็นธรรม
ข่าวดีเบาๆ สำหรับฝั่งผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยคือ เสียงแหกกระเชอไม่ได้หายไปกับสายลม ล่าสุด ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง) ได้เริ่มขยับตัวกลับมารีวิวและทบทวนนโยบายภาษี EV และมาตรการส่งเสริมกันใหม่แล้ว
โดยตั้งโจทย์ว่าจะต้อง “สร้างสมดุลและความเป็นธรรม” ระหว่างรถยนต์จีน รถญี่ปุ่น และรถเกาหลี รวมถึงเตรียมคลอดแพ็กเกจภาษีใหม่ที่บังคับเน้นการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Supply Chain) หากใครแค่นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบโดยไม่สร้างประโยชน์ให้คนไทย ก็อาจจะต้องเจออัตราภาษีที่สูงขึ้น
แต่กระนั้น… ผลลัพธ์จะออกมาถูกใจผู้ผลิตฝั่งญี่ปุ่นและคนทำงานในไทยแค่ไหน ยังต้องลุ้นกันต่อตาสว่าง เพราะต้องยอมรับว่า “ความสัมพันธ์ทางการค้าและมิติรัฐบาลไทย-จีน” มันมีเงื่อนไขและน้ำหนักที่มองข้ามไม่ได้เลย!
ช็อตนี้อินโดฯ ขอฉวยโอกาส: วิเคราะห์ดีลล่อใจ… โตโยต้าจะไปจริงไหม?
ในขณะที่ไทยกำลังง่วนอยู่กับการแก้ปัญหารถจีนตีตลาด และสับสนกับทิศทางนโยบายยีนส์ ยักษ์ใหญ่อย่างอินโดนีเซียจึงมองเห็น “ช่องว่างและจังหวะ”
คำคุยโตของ รมว.คลัง อินโดฯ ที่ว่า “ทำไมฐานผลิตหลักต้องอยู่ในไทย ทั้งที่เราเป็นประเทศใหญ่ที่สุดในอาเซียน?” ฟังดูเหมือนคุยโม้ แต่ในแง่ธุรกิจมันคือการจี้จุดเจ็บ อินโดนีเซียชูจุดเด่นเรื่อง ประชากรกว่า 270 ล้านคน (ตลาดในประเทศใหญ่มาก) แถมยังมีแร่ นิกเกิล ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของแบตเตอรี่ EV ในมือ
คำถามคือ… โตโยต้าจะย้ายไปอินโดนีเซียจริงไหม?
ทีมงานวิเคราะห์ว่า “ในระยะสั้น… โอกาสเกิดขึ้นจริงยังต่ำมาก”
1.รากฐานในไทยหยั่งลึกเกินกว่าจะถอน: โตโยต้าสร้างอาณาจักรในไทยมากว่า 60 ปี มีทั้งศูนย์ R&D, โรงงานประกอบขนาดใหญ่ 3-4 แห่ง และที่สำคัญคือ “เครือข่ายซัพพลายเออร์” ในไทยมีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในภูมิภาค
2.เรื่องของโครงสร้างการถือหุ้น: ในไทย โตโยต้าถือหุ้นในสายการผลิตเกือบ 100% ขณะที่ในอินโดนีเซีย มีโครงสร้างพันธมิตรกับกลุ่มทุนท้องถิ่น (Astra) ซึ่งการตัดสินใจขยายฐานใหญ่มีมิติความซับซ้อนทางธุรกิจมากกว่าแค่เรื่อง “ภาษี”
แต่… ในระยะยาว “อะไรก็เกิดขึ้นได้” ถ้าประเทศไทยยังคงง่อนแง่นกับนโยบาย ปล่อยให้ค่ายรถญี่ปุ่นขาดทุน ยอดขายตก กำไรหาย และรู้สึกว่ารัฐบาลไทย “ไม่เห็นหัว” หรือไม่ให้ความยุติธรรม วันหนึ่งเมื่อถึงรอบการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ (เช่น รถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ หรือ EV ยุคถัดไป) โตโยต้าอาจจะไม่ “ย้ายโรงงานเก่า” แต่อาจเลือก “ไม่ลงเงินเพิ่มในไทย” แล้วเจียดงบไปลงที่อินโดนีเซียแทน
คำท้าชิงของอินโดนีเซียครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ หรือเรื่องเพ้อฝัน แต่มันคือ “สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง” ส่งตรงถึงรัฐบาลไทย
ถ้าไทยยังไม่รีบปรับสมดุลนโยบายยานยนต์ให้ทุกฝ่ายอยู่ได้ และละเลยพันธมิตรเก่าแก่ที่เคยร่วมสร้างชาติมาอย่างค่ายรถญี่ปุ่น… คำขู่ของอินโดนีเซียในวันนี้ อาจกลายเป็น “ฝันร้ายที่กลายเป็นจริง” ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในวันหน้า
-
Facebook: facebook.com/autoiron?mibextid=LQQJ4d
- Youtube: www.youtube.com/@AUTOiRON1
- Tiktok: tiktok.com/@autoiron1?_t=8nJ016mUM4o&_r=1
- Website: autoironautomobile.com
ติดต่องานได้ที่:
- Email: autoironautomobile@gmail.com


