
หลังจาก ฮอนด้า ประเทศไทย เปิดตัว New Honda City 2026 อย่างเป็นทางการ พร้อมปรับโฉมทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยให้ทันสมัยมากขึ้น

ฮอนด้า ได้เชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะบนเส้นทาง กระบี่-ภูเก็ต ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีครบทั้งการใช้งานในเมือง ถนนทางหลวง ทางตรงยาว และโค้งต่อเนื่อง ถือเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับการพิสูจน์สมรรถนะของรถในสภาพการใช้งานจริง

รถที่ได้รับมาทดสอบในครั้งนี้คือ Honda City e:HEV SV รุ่นซีดาน รุ่นย่อยใหม่ ราคา 689,000 บาท (จากราคาปกติ 719,000 บาท โดยราคาพิเศษถึงวันที่ 30 กันยายน 2569) ซึ่งฮอนด้าวางตำแหน่งให้เป็นรุ่นที่ครบครัน คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด

แม้จะเป็นการปรับโฉม (Minor Change) แต่สิ่งที่ฮอนด้าเลือกทำ คือการเก็บจุดแข็งเดิมเอาไว้ แล้วเติมสิ่งที่ลูกค้าต้องการเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าสีดำดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าและหลังใหม่ ไฟหน้า LED พร้อมไฟ Connecting Light พาดเต็มความกว้างของตัวรถ ไฟท้ายแบบ Clear Lens ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว รวมถึงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งช่วยให้ภาพรวมของรถดูทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน

ห้องโดยสารยังคงจุดเด่นเรื่องความกว้างขวางตามแบบฉบับ City แต่เพิ่มรายละเอียดให้ดูพรีเมียมมากขึ้น ทั้งวัสดุตกแต่งคอนโซลใหม่ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร และในรุ่น e:HEV SV ยังมีห้องโดยสารสี Platinum Gray ให้เลือกในบางสีตัวถัง ช่วยให้บรรยากาศภายในโปร่งและดูหรูขึ้นกว่ารุ่นเดิม

สิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนคือระบบขับเคลื่อน Full Hybrid e:HEV ซึ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ City รุ่นนี้ และต้องยอมรับว่า ฮอนด้าเลือกไม่เปลี่ยน เพราะระบบเดิมยังให้สมรรถนะที่ดีอยู่แล้ว มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ทำให้การออกตัวตอบสนองทันใจตั้งแต่แตะคันเร่ง ความรู้สึกคล้ายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงความเร็วต่ำ ขณะที่การเร่งแซงบนถนนสายหลักระหว่างกระบี่และภูเก็ตทำได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอรอบ เครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานประสานกันอย่างนุ่มนวล ให้ความมั่นใจทุกครั้งที่ต้องเร่งแซงรถบรรทุกหรือรถช้าบนทางหลวง

ตลอดเส้นทางทดสอบที่มีทั้งถนนเรียบ ถนนคดเคี้ยว และโค้งต่อเนื่อง ช่วงล่างของ City ยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สร้างความประทับใจ การเซ็ตช่วงล่างยังคงเน้นความนุ่มนวล นั่งสบาย ซับแรงสะเทือนได้ดี แต่ยังรักษาความมั่นคงเมื่อต้องใช้ความเร็วหรือเข้าโค้ง ตัวรถมีอาการโคลงเล็กน้อยตามสไตล์รถในพิกัดนี้ แต่ยังควบคุมได้ง่ายและให้ความมั่นใจตลอดการเดินทาง

อีกจุดที่เห็นความแตกต่างจากเดิมคือ รุ่น e:HEV SV ได้รับการติดตั้ง ดิสก์เบรก 4 ล้อ ทำให้การชะลอความเร็วและการหยุดรถมีความมั่นใจมากขึ้น น้ำหนักแป้นเบรกตอบสนองเป็นธรรมชาติ ขณะที่ระบบ Honda SENSING ซึ่งติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐาน ก็ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกล ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก

ด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันยังคงเป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง จากการใช้งานจริงบนเส้นทางกระบี่-ภูเก็ต ซึ่งมีทั้งการขับในเมืองและเดินทางไกล สามารถทำตัวเลขได้ประมาณ 21 กิโลเมตรต่อลิตร ขณะที่ตัวเลขจากโรงงานระบุว่าสามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าเป็นรถที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้งานประจำวันได้อย่างชัดเจน

สิ่งที่สัมผัสได้หลังใช้เวลาตลอดทั้งวันกับ New Honda City คือ แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เป็นการปรับปรุงในจุดที่ลูกค้าต้องการอย่างตรงจุด ทั้งรูปลักษณ์ที่ทันสมัยขึ้น อุปกรณ์ที่ครบครันกว่าเดิม และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ขณะที่จุดแข็งเรื่องการขับขี่ ความคล่องตัว อัตราเร่ง และความประหยัดน้ำมัน ยังคงอยู่ครบเหมือนเดิม

สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมก้าวเข้าสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แต่ต้องการรถที่ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน ดูแลง่าย และมีเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ Honda City e:HEV SV ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดของตลาด B-Segment ในเวลานี้ และด้วยราคาเปิดตัว 689,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่แข่งขันได้อย่างมาก หากกำลังมองหารถคันใหม่ ช่วงเวลานี้น่าจะเป็นจังหวะที่เหมาะในการตัดสินใจ
ช่องทางติดตามข่าวสาร
- Facebook: facebook.com/autoiron?mibextid=LQQJ4d
- Youtube: www.youtube.com/@AUTOiRON1
- Tiktok: tiktok.com/@autoiron1?_t=8nJ016mUM4o&_r=1
- Website: autoironautomobile.com
ติดต่องานได้ที่:
- Email: autoironautomobile@gmail.com


