
เอแซ็ปเร่งทรานส์ฟอร์มจากธุรกิจรถเช่า สู่เครือข่ายธุรกิจยานยนต์ครบวงจร เดินหน้ารุก EV Fleet รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ประกันภัย และดีลเลอร์ EV ตั้งเป้าขยายโชว์รูมทั่วประเทศ พร้อมดันธุรกิจใหม่ขึ้นเป็นเครื่องยนต์หลัก หลังสร้างรายได้แล้ว 74% ของทั้งกลุ่ม
บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ หรือ asap เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ จากผู้ให้บริการรถเช่า สู่การเป็นผู้เล่นด้าน Mobility Ecosystem เต็มรูปแบบ หลังกลุ่มธุรกิจใหม่มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นแตะ 74% ของรายได้รวม พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 เติบโตกว่า 70%

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap เปิดเผยว่า บริษัทกำลังใช้จุดแข็งจากธุรกิจรถเช่า รถมือสอง ประกันภัย และธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า เชื่อมต่อเป็นระบบธุรกิจเดียว เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเช่ารถ การขายรถมือสอง การประกันภัย ไปจนถึงการต่อยอดสู่ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและ Commercial Mobility

ธุรกิจรถเช่ายังคงเป็นฐานรายได้หลัก โดยปี 2569 บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในฟลีทรถใหม่เป็น 30% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ “Try Before Buy” เปิดให้ลูกค้าองค์กรทดลองใช้ EV ก่อนตัดสินใจซื้อจริง เพื่อเชื่อมต่อไปยังธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ
ขณะที่ธุรกิจรถเช่าระยะสั้น เตรียมนำ AI Dynamic Pricing มาใช้บริหารราคาตามความต้องการตลาดแบบเรียลไทม์ พร้อมเร่งเพิ่มยอดขายตรงผ่านเว็บไซต์ จากปัจจุบันคิดเป็น 55% ของยอดขายทั้งหมด รวมถึงร่วมมือกับ Trip.com เพื่อดันยอด Booking Days โต 58% ภายใน 3 เดือน

ด้านธุรกิจรถมือสองภายใต้แบรนด์ Casap ปรับกลยุทธ์เน้น “Margin over Volume” ลดสัดส่วนการขายผ่านลานประมูลเหลือ 9% จากเดิม 40% เพื่อเพิ่มกำไรจากการขายปลีก โดยเน้นรถมือสองคุณภาพสูงและรถเชิงพาณิชย์สำหรับลูกค้า SME
ส่วนธุรกิจนายหน้าประกันภัยของ asap Protect ซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% เติบโตจากฐานลูกค้าใน Ecosystem ของกลุ่ม โดยปัจจุบันกว่า 95% ของเบี้ยประกันภัยมาจากลูกค้าในเครือ ทั้งรถเช่า ฟลีทรถ และลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า พร้อมขยายสู่ตลาดภายนอกมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม EV และฟลีทรถองค์กร

อีกหนึ่งธุรกิจหลักคือ Eternity at One หรือ EA1 ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ CHANGAN, Deepal, Nevo และ AVATR ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ที่ 14,500 คัน เติบโต 79% จากปีก่อน พร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมจาก 36 แห่ง เป็น 60 แห่งทั่วประเทศ

ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม AVATR บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ที่ 1,200 คัน และเตรียมเปิดโชว์รูมต่างจังหวัดเพิ่มอีก 4 แห่งภายในปีนี้

ขณะที่ Evante ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ MAXUS อย่างเป็นทางการในไทย ตั้งเป้ายอดขาย 300 คันในครึ่งหลังปี 2569 ก่อนเพิ่มเป็น 1,500 คันในปี 2570 และ 2,200 คันในปี 2571 โดยมองว่าตลาดรถตู้เชิงพาณิชย์ไทยขนาด 16,000 คันต่อปี ยังแทบไม่มีผู้เล่น EV รายใหญ่เข้าสู่ตลาดอย่างจริงจัง

asap ระบุว่า ทิศทางการเติบโตจากนี้จะไม่ได้มาจากการขยายธุรกิจเดี่ยว แต่จะมาจากการสร้างระบบ Ecosystem ที่เชื่อมโยงรถเช่า รถยนต์ไฟฟ้า ประกันภัย เทคโนโลยี และพลังงานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง New Growth Engine ระยะยาวของกลุ่มธุรกิจยานยนต์และบริการเคลื่อนที่ครบวงจร.


