“ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026” มอเตอร์สปอร์ตมิติใหม่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ กับ ‘วิชัย สินอนันต์พัฒน์’

autoironautomobile

วงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยต้องกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ระเบิดศึกการแข่งขันรถปิกอัพทางเรียบรายการใหญ่ “ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026” (Event 1) อย่างเป็นทางการ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ไฮไลต์สำคัญของฤดูกาลนี้ คือการดึงเอารถกระบะสายพันธุ์แกร่งอย่าง ISUZU D-Max Spacecab เครื่องยนต์รุ่นใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา มาพัฒนาต่อยอดร่วมกับทีมวิศวกรไทย TERA Engineering รีดแรงม้าเพิ่มขึ้นเป็น 285 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 507 นิวตัน-เมตร พร้อมดีไซน์บอดี้พาร์ทตามหลักอากาศพลศาสตร์จนรถเบาลงถึง 200 กิโลกรัม จัดเต็มด้วยระบบรายงานผลแบบ Real-time (Telemetry) ลงสนามชิงชัยในรูปแบบ One Make Race มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด 15 คัน ซึ่งกระแสแรงจัดจนยอดจองเต็มตั้งแต่วันแรก

วันนี้เราจะพาไปพูดคุยเจาะลึกกับ คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ถึงเบื้องหลัง นโยบาย และทิศทางยานยนต์ที่น่าสนใจจากสนามแข่งในครั้งนี้

Q: นอกเหนือจากเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์แล้ว อีซูซุตั้งเป้าหมายอะไรกับรายการ Isuzu Challenge 2026 ในครั้งนี้

คุณวิชัย: นอกจากการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตที่เราทำมาไม่ต่ำกว่า 20 ปีแล้ว เป้าหมายสำคัญในครั้งนี้คือ ‘การสร้างความนิยมในกลุ่มรถกระบะให้กับคนรุ่นใหม่’ ครับ ซึ่งผลตอบรับปีนี้ดีมาก รถแข่งเฟสแรกที่เราทำมา 15 คัน ถูกจองหมดภายในวันเดียว และที่น่ายินดีที่สุดคือ กว่าครึ่งของผู้ที่มาจองเป็นนักแข่งมือใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสการขับรถกระบะในสนามมาก่อนเลยครับ

Q: ไฮไลต์และความแปลกใหม่ของการแข่งขันครั้งนี้ที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่มีอะไรบ้าง

คุณวิชัย: นี่เป็นครั้งแรกที่เราดีไซน์รูปลักษณ์รถแข่งใหม่ทั้งหมด โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง TERA Engineering ในการทำแบบจำลองทางอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamic Simulation) ช่วยให้รถเบาลงจากรุ่นปกติไปได้เกือบ 200 กิโลกรัม และเรายังนำระบบรายงานผลแบบ Real-time (Telemetry) เข้ามาใช้ ข้อมูลสภาพรถจะส่งตรงไปถึงคนขับ ทีมแข่ง กรรมการ และคนดูผ่านการ Live ทำให้การชมรถแข่งมีมิติใหม่ที่สนุก เร้าใจ และวิเคราะห์ตามได้ทันทีครับ

Q: ตัวรถแข่งทั้ง 15 คันนี้ มีสเปกและการควบคุมมาตรฐานอย่างไร

คุณวิชัย: รถทุกคันใช้รูปทรงเดียวกันและปรับแต่งภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดครับ (One Make Race) พัฒนาขึ้นจากพื้นฐาน ISUZU D-Max Spacecab เครื่องยนต์รุ่นใหม่ 2.2 Ddi MAXFORCE ปรับแต่งให้สามารถรีดกำลังสูงสุดได้ถึง 285 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 507 นิวตัน-เมตร ระบบช่วงล่างและเบรกใช้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรตัวใหม่นี้ ได้รับเสียงตอบรับดีมากว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องการออกตัวช้า และยังประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น ตอกย้ำ DNA ของอีซูซุได้อย่างชัดเจน ซึ่งข้อมูลดิบจากสนามแข่งเหล่านี้ เราจะนำกลับไปใช้พัฒนารถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถทั่วไปในอนาคตแน่นอนครับ

Q: ดีไซน์รถแข่งสวยมาก มีโอกาสที่จะทำเป็นชุดแต่ง Official หรือรถสเปกพิเศษขายให้คนทั่วไปไหม

คุณวิชัย: ตอนนี้รถรุ่นนี้ใช้สำหรับการแข่งขันในเซอร์กิตเท่านั้นครับ แต่เนื่องจากได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก เรากำลังรวบรวมฟีดแบ็ก ซึ่ง มีโอกาสครับ ที่จะทำออกมาเป็นชุดแต่ง Official Accessory หรือผลิตเป็นรถสปอร์ตเวอร์ชันพิเศษ “Challenge Edition” ที่สามารถจดทะเบียนและวิ่งบนถนนได้ถูกกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่าเวอร์ชันขายจริงจะมีราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่ารถแข่ง เพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์สมรรถนะสูงที่จำกัดเฉพาะในสนาม

Q: ในยุคที่คนพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำไมอีซูซุถึงยังเลือกจัดการแข่งขันด้วยเครื่องยนต์ดีเซล

คุณวิชัย: มุมของมอเตอร์สปอร์ตและการขับขี่ เครื่องยนต์ดีเซลยังมีเสน่ห์ในเรื่องของเสียงและการสั่นสะเทือนที่เร้าใจครับ รถแข่งไฟฟ้าแม้จะล้ำสมัยแต่ขาดแพสชันตรงนี้ไป เหมือนที่เราเห็นว่าการแข่ง Formula E จะค่อนข้างเงียบและขาดอารมณ์ร่วม วัฒนธรรมของคนรักรถยังโหยหาเสน่ห์ของเครื่องยนต์อยู่ครับ

Q: แล้วในแง่การใช้งานจริงล่ะครับ อีซูซุมองตลาดกระบะ EV ในประเทศไทยอย่างไร

คุณวิชัย: สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และภาคเกษตรในไทย กระบะ EV ยังไม่ตอบโจทย์ (Practical) ในตอนนี้ครับ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักของแบตเตอรี่ ระยะเวลาชาร์จ และระยะทางวิ่งต่อรอบ แม้เราจะมีกระบะ EV ส่งออกไปยังนอร์เวย์ตามนโยบายของที่นั่น แต่สำหรับคนไทยที่ต้องใช้รถทำเวลาและบรรทุกหนักจริงๆ ดีเซลยังตอบโจทย์กว่ามากครับ ตอนนี้การที่รัฐบาลสนับสนุนน้ำมัน B20 ถือเป็นทางออกที่ดี เพราะช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ลด CO2 และยังได้ช่วยเกษตรกรชาวสวนปาล์มด้วย

Q: ทิศทางตลาดรถกระบะในไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้ อีซูซุมองสถานการณ์ไว้อย่างไรบ้าง

คุณวิชัย: ตลาดรถกระบะซบเซามาประมาณ 2-3 ปีแล้วจากภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้เสีย และความเข้มงวดของไฟแนนซ์ ครึ่งปีหลังนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่เราเชื่อว่าจริงๆ แล้วความต้องการซื้อ (Demand) ในตลาดยังมีอยู่ หากปัจจัยภายนอกเช่นสงครามสงบลง หรือรัฐบาลมีนโยบายออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดรถกระบะก็พร้อมที่จะฟื้นตัวกลับมาได้ทันทีครับ

สำหรับการแข่งขัน ISUZU CHALLENGE THAILAND 2026 ฤดูกาลนี้ จะทำการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 3 สนาม 7 เรซ โดยสนามเปิดฤดูกาล (Event 1) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 มิถุนายน 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันที่เหลือของฤดูกาล ประกอบด้วย

• สนามที่ 2 : วันที่ 14-16 สิงหาคม 2569
สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

• สนามที่ 3 (สนามชิงแชมป์ประจำปี) : วันที่ 14-18 ตุลาคม 2569
สนามพีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ จังหวัดสงขลา

 

แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามผลการแข่งขัน บรรยากาศในสนาม รวมถึงข้อมูลรถแข่งและนักแข่งตลอดฤดูกาล ได้ทาง Facebook, Instagram และ TikTok : Isuzu Challenge Thailand พร้อมร่วมลุ้นว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ประจำฤดูกาล 2026 ในการแข่งขันที่รถทั้ง 15 คันถูกสร้างขึ้นภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และตัดสินกันด้วยฝีมือของนักแข่งอย่างแท้จริง

 

 

ช่องทางติดตามข่าวสาร

ติดต่องานได้ที่: 

  • Email: autoironautomobile@gmail.com

Related Posts