มิตซูบิชิ ฟื้นตลาด Pajero ผลิตไทย ขายทั่วโลก

autoironautomobile

หลังจากเปิดตัวออกสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อปี 2525 รถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นรถยนต์ที่ครองใจผู้ใช้งานขับขี่แบบออฟโรด (4WD) ทั่วโลกอย่างแท้จริงและมียอดผลิตสะสมกว่า 3.29 ล้านคัน จากลูกค้ากว่า 170 ประเทศทั่วโลก

ล่าสุด มิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่ (All New Mitsubishi PAJERO)  ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่นวันนี้ (2 ก.ย. 2569) โดยมิตซูบิชิได้สานต่อแนวคิดผลิตภัณฑ์ความเป็นรถยนต์ปาเจโรตั้งแต่รุ่นแรกด้วยการประสาน “ความมั่นใจ” ในการขับขี่ที่สะท้อนผ่านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด

และ “ความน่าเชื่อถือ” ที่ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนานให้เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” ทั้งภายในห้องโดยสารและความคล่องตัวในการขับขี่และการควบคุม รวมถึงความเหนือระดับผ่านภาพและความประณีตในแบบฉบับไอคอน ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าผู้ใช้งานทั่วโลก

มิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่ ออกแบบมาเน้นเพื่อการขับขี่ที่ง่ายดายและสะดวกสบายเหมาะแก่การการใช้งานทั้งในเมืองและผจญภัยในโลกกว้าง โดยตัวรถมีขนาดความยาวอยู่ที่ 4,920 มิลลิเมตร, ความกว้าง 1,925 มิลลิเมตร และความสูง1,920 มิลลิเมตร ส่วนความยาวช่วงล้อหน้าและล้อหลัง 1,630 มิลลิเมตร มีระยะฐานล้อยู่ที่ 2,870 มิลลิเมตร

ตัวรถมาพร้อมระยะต่ำถึงพื้น 230 มิลลิเมตร มุมไต่ 3.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา มิตซูบิชิได้กระจายน้ำหนักด้านหน้าและด้านหลังในอัตราส่วน 52:48

การออกแบบภายนอกเน้นเส้นสายแนวนอนจากปาเจโรรุ่นแรกมาทำให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ซุ้มล้อขนาดใหญ่สะท้อนถึงสมรรถนะอันทรงพลัง ขณะที่พื้นผิวตัวถังได้รับการออกแบบนิติเสริมบุคลิกให้รถคันนี้ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

ที่ด้านหน้าถ่ายทอดความแข็งแกร่งจากแรงบันดาลใจของศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นหรือเคนโด้ที่ให้ความสำคัญกับวินัย ความมุ่งมั่น และความแข็งแกร่งของจิตใจ

ด้วยการนำเสนอทางเลือกกระจังหน้าสองรูปแบบ ได้แก่

  • กระจังหน้าแบบซีแนวนอนที่สะท้อนถึงความพิถีพิถันตามแบบฉบับงานฝีมือของญี่ปุ่น
  • กระจังหน้าลายรังผึ้งที่ประสานความงดงามและฟังก์ชั่นการใช้งานให้เข้ากับความแข็งแกร่ง
  • ไฟหน้ารูปตัว T อันเป็นเอกลักษณ์ 
  • เสา C ได้รับแรงบันดาลใจจากโรลบาร์ ของปาเจโรรุ่นแรก
  • โครงสร้างทรงหกเหลี่ยม ได้แรงบันดาลใจจากตำแหน่งของยางอะไหล่ท้ายรถในรุ่นก่อนหน้า

ภายในห้องโดยสาร

  • แผงหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าจากปาเจโรรุ่นแรกมาปรับใช้ใหม่ ประสานฟังก์ชั่นการใช้งานเข้ากับห้องโดยสารระดับพรีเมี่ยมออกแบบให้เป็นแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว ขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ที่เชื่อมต่อหน้าจอได้ยังไร้ที่ติ
  • ภาพกราฟฟิกบนจอเพื่อให้กลิ่นอายความเป็นปาเจโร 
  • หน้าจอติดมิเตอร์ที่นำชุดมาวัดแบบสามส่วนในตำนานมาปรับใช้
  • เบาะนั่งหนังสังเคราะห์คุณภาพสูงภาษาเทคนิคงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า คิเมะโคมิ ช่วยให้พื้นผิวมีความทนทานและรักษารูปร่างได้อย่างดี
  • แผงประตูตกแต่งด้วยตะเข็บรูปตัว S ที่ต้องอาศัยทักษะความประณีตในการเย็บที่แม่นยำ สะท้อนถึงฝีมือและความเชี่ยวชาญของชาวญี่ปุ่น
  • ห้องโดยสารเลือกใช้โทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel)
  • กระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ที่ประตูทั้ง 4 บาน
  • ติดตั้งวัสดุลดเสียงรบกวนอย่างทั่วถึงตลอดโครงสร้างตัวถังและจุดสำคัญต่าง ๆ ของตัวรถ

  • ระบบอินโฟเทนเมนต์และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ
  • ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ออกแบบตำแหน่งมาได้อย่างเหมาะสม มอบพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและสะดวกสบายในทุกที่นั่ง
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเลื่อนได้ 150 มิลลิเมตร และพับแบบจังหวะเดียว
  • เบาะนั่งแถวที่ 3 ที่นั่งเหนือศีรษะกว้างขวางสะดวกสบาย
  • เบาะคู่หน้าและแถวที่ 2 มาพร้อมโครงสร้างที่รองรับสรีระมีระบบระบายอากาศ
  • Dynamic Sound YAMAHA ลำโพง 12 ตัว และ amp Fighter สองชุด

เทคโนโลยี ความปลอดภัย

มิตซูบิชิ ปาเจโร ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบความช่วยเหลือ ขับขี่อัดแน่นเต็มคัน มี MI-PILOT ระบบช่วยเหลือการขับขี่ทั้งการล็อกความเร็ว แบบแปรผันอัตโนมัติการรักษารถให้อยู่ในเลนการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า

ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วสามารถตรวจจับคนเดินเท้าจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมระบบช่วยเบรกขณะเลี้ยวผ่านทางแยก, ระบบคาดการณ์และการเตือนการชนด้านหน้าตรงระบบช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้ง, ถุงลมนิรภัย SRS 8 ตำแหน่ง

กล้องมองภาพแบบสามมิติ 4 ตัวรอบคันแสดงผลแบบเรียลไทม์ และยังมาพร้อมกับพร้อม Mitsubishi connect

สมรรถนะการขับขี่

มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการพัฒนาสมรรถนะและการขับขี่จากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 

  • Super Select 4WD-II (SS4-II) สามารถเลือกโหมดการขับขี่แบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางได้สี่รูปแบบทั้ง 2H – การขับเคลื่อนสองล้อหลัง, 4H – การขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา, 4HLc-การขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมล็อกเฟืองกลาง และ 4LLc-การขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ
  • Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิมอเตอร์ ช่วยควบรถเป็นธรรมชาติตอบสนองการขับขี่ได้รวดเร็ว และสร้างเสถียรภาพในการขับขี่
  • Active Yaw Control-AYC ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้งกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวาผ่านการทำงานของเบรกคู่หน้าควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว

ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่โหดที่สุดของโลก พร้อมยกระดับความสามารถรอบด้านด้วยระบบเครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิสต์ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษพร้อมเทอร์โบชาร์จ แปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT)  แรงบิดสูงสุด  480 นิวตันเมตร 

  • เกียร์อัตโนมัติแปด Speed ปรับปรุงใหม่ ส่งกำลังและอัตราเร่งตอบสนองได้อย่างแม่นยำ
  • โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์แฟรม ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง ทำงานประสานกับช่วงล่างด้วยระยะช่วงยุบ-ยืดสูง เราสามารถยึดเกาะพื้นผิวถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รถมีเสถียรภาพในการควบคุมและมอบความนุ่มนวลตลอดการขับขี่
  • ระบบการสะเทือนหน้าแบบปีกนกสองชั้น
  • ระบบการสะเทือนด้านหลังแบบคานแข็ง 5-Link ที่ได้รับการ รองรับการเดินทางแบบออฟโรด ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับประเทศไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เตรียมเปิดตัวรถยนต์คอร์สคันทรี เอสยูวี ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ตุลาคม 2569 นี้อย่างแน่นอน

 

ติดต่องานได้ที่: 

Related Posts