
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เขย่าตลาดสมรภูมิยานยนต์ ขนทัพรถใหม่ 13 รุ่น ถล่มตลาดภายในปี 2575 มุ่งเน้นขุมพลังไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดเต็มสูบ หวังชิงส่วนแบ่งทางการตลาดคืนจากแบรนด์รถยนต์จีน เผยตั้งเป้ายอดขายทั่วโลกทะยานสู่ 900,000 คัน ภายใน 4 ปี พร้อมส่งตำนาน SUV ระดับเรือธงอย่าง “ปาเจโร่” (Pajero) กลับมาผลิตในประเทศไทย หวังเป็นฮีโร่โมเดลหลักที่จะช่วยดึงภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของแบรนด์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง

ส่ง ‘ปาเจโร่’ เป็นฮีโร่คืนชีพ ผลิตไทยปลุกแบรนด์ให้แข็งแกร่ง
สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในการนำรถเอสยูวีระดับตำนานอย่าง “ปาเจโร่” (Pajero) กลับเข้าสู่สายการผลิตอีกครั้ง หลังจากกระแสเรียกร้องของลูกค้าทั่วโลกยังคงเหนียวแน่น แม้ว่าบริษัทจะเคยยุติการผลิตเวอร์ชันญี่ปุ่นไปในปี 2562 และหยุดผลิตเพื่อการส่งออกพร้อมปิดโรงงานในญี่ปุ่นไปเมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา โดยการกลับมาครั้งนี้ มิตซูบิชิตั้งเป้าให้ปาเจโร่เป็น “ฮีโร่” โมเดลสำคัญที่จะช่วยดึงภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของแบรนด์ให้กลับคืนมาในตลาดโลก
นาย ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดเผยว่า การตัดสินใจรื้อฟื้นโครงการนี้ผ่านการหารือภายในอย่างยาวนาน และในอนาคตจะมีการต่อยอดพัฒนารถในตระกูลปาเจโร่เพิ่มเติมอีกด้วย ทั้งนี้ ปาเจโรรุ่นใหม่มีกำหนดเปิดตัวภายในปีนี้ โดยมิตซูบิชิประเทศไทยได้ส่งข่าวขยับตัวชัดเจนว่าจะใช้โรงงานในกรุงเทพฯ เป็นฐานการผลิตหลัก เพื่อวางจำหน่ายทั้งในไทย ญี่ปุ่น และส่งออกไปทั่วโลก

กางแผนปี 2575 ส่งรถใหม่ 13 รุ่น เน้นขุมพลัง xEV ชนค่ายจีน
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้ผลิตรถยนต์ชาวจีน มิตซูบิชิได้ประกาศยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์กลุ่มไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นหลัก ซึ่งภายในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2575 มิตซูบิชิมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่รวมทั้งสิ้น 13 รุ่น (รวมถึงปาเจโรรุ่นใหม่ และ Xpander รุ่นใหม่) โดยแบ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด (HEV) จำนวน 5 รุ่น และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อีกจำนวน 5 รุ่น
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร โดยเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าร่วมกับ Foxconn (ไต้หวัน) ในภูมิภาคโอเชียเนียภายในปีนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่ายรถใหญ่ระดับโลกหลายรายกำลังทบทวนกลยุทธ์ EV

ปรับทัพอาเซียน ยกฟิลิปปินส์-เวียดนาม ขึ้นแท่นประเทศยุทธศาสตร์
ปัจจุบัน ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของยอดขายรวมทั่วโลกของมิตซูบิชิ แต่จากสงครามราคาและการบุกตลาดของค่ายรถจีน ส่งผลให้ยอดขายในภูมิภาคนี้ลดลง 2% อยู่ที่ 245,000 คันในปีก่อน มิตซูบิชิจึงต้องปรับหมากใหม่ด้วยการประกาศให้ ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม เป็น “ประเทศยุทธศาสตร์สำคัญ” เพิ่มเติมจากญี่ปุ่น โดยในฟิลิปปินส์จะเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฮบริดในประเทศและขยายบริการสินเชื่อ ส่วนเวียดนามจะผลักดันรถกลุ่ม PHEV และ HEV พร้อมรุกตลาดรถมือสองรับรองคุณภาพทั่วประเทศ หลังแบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว

เปิดตัวเลขคาดการณ์ยอดขาย เดินหน้าสู่เป้าหมาย 9 แสนคัน
สำหรับทิศทางและเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ มิตซูบิชิระบุว่า รถยนต์ 3 รุ่นยุทธศาสตร์หลักในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ Xpander, Xforce และ Destinator จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยในส่วนของตัวเลขยอดขายนั้น ในปีงบประมาณที่ผ่านมา รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นนี้ทำยอดขายรวมกันได้ถึง 174,000 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท และในงบประมาณปัจจุบัน มิตซูบิชิได้ตั้งเป้าหมายที่จะเร่งยอดขายเฉพาะกลุ่มนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 221,000 คัน
ในส่วนของภาพรวมยอดขายทั้งหมดทั่วโลก มิตซูบิชิคาดการณ์เป้าหมายรวมของทั้งบริษัทในปัจจุบันไว้ที่ 857,000 คัน ก่อนจะเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อฟื้นฟูยอดขายทั่วโลกให้กลับขึ้นสู่ระดับ 900,000 คันต่อปีให้ได้ภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นราว 13% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณล่าสุด

นายเคสุเกะ คิชิอุระ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า “มิตซูบิชิจะมุ่งเน้นในกลุ่มรถยนต์ที่บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขัน และเดินหน้าพัฒนาจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างเพื่อต่อสู้กับคู่แข่ง โดยเฉพาะแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน”
ที่มา: Nikkei Asia
ช่องทางติดตามข่าวสาร
- Facebook: facebook.com/autoiron?mibextid=LQQJ4d
- Youtube: www.youtube.com/@AUTOiRON1
- Tiktok: tiktok.com/@autoiron1?_t=8nJ016mUM4o&_r=1
- Website: autoironautomobile.com
ติดต่องานได้ที่:
- Email: autoironautomobile@gmail.com

