
รถไฟฟ้าจะแรงแค่ไหน แต่ “โตโยต้า” ก็ยังคงยืนหนึ่งในไทยอย่างแข็งแกร่ง กวาดส่วนแบ่งตลาดสะสม 8 เดือนแรกสูงถึง 33.09% ด้วยยอดขายรวมทะลุ 154,207 คัน
รายงานตลาดรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2569 จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ระบุว่า ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศเดือนสิงหาคมทำได้ 59,809 คัน (พุ่งขึ้น 25.59%) ดันยอดขายสะสม 8 เดือนแรก (ม.ค. – ส.ค. 2569) เติบโตถึง 465,971 คัน (+16.60%)

ในฝั่งของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยังคงโชว์ฟอร์มสมราคาเบอร์หนึ่ง
ตัวเลขยอดขายโตโยต้า : ยอดขายเฉพาะเดือนสิงหาคม 2569: ทำได้ 19,008 คัน (เติบโต 10.01%)
-Eco Segment (Yaris & Yaris ATIV): ขายได้ 5,973 คัน (โตแรงถึง 26.84%)
-Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ): ขายได้ 5,659 คัน (เติบโต 3.70%)

ขายสะสม 8 เดือนแรก (ม.ค. – ส.ค. 2569): กวาดไปถึง 154,207 คัน (เติบโต 3.27%) ยึดส่วนแบ่งตลาด (Market Share) สูงถึง 33.09%
-กลุ่ม Pure Pick Up: ยอดสะสม 48,741 คัน (เติบโต 5.36%)
-กลุ่ม Eco Segment: ยอดสะสม 46,877 คัน (เติบโต 21.14%)
โตโยต้าส่งออกรถยนต์สะสม 8 เดือนแรกสูงถึง 244,020 คัน โดยมี Toyota Hilux เป็นพระเอกหลัก ยอดส่งออกสูงถึง 159,290 คัน (รวม Hilux Travo-e รถกระบะไฟฟ้าอีก 2,440 คัน) ตอกย้ำศักยภาพฐานการผลิตระดับโลกด้วยฝีมือคนไทย

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวถึงแนวโน้มตลาดและกลยุทธ์สำคัญว่า
“ตลาดรถยนต์เดือนกันยายน คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) จากการทยอยส่งมอบรถยนต์รุ่นใหม่ ประกอบกับแรงกระตุ้นจากกิจกรรมทางการตลาด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ โดยเฉพาะในตลาดรถกระบะ”

นอกจากนี้ นายศุภกร ยังเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของไลน์อัปสินค้า ทั้งกลุ่มรถยนต์ไฮบริดที่ทำยอดขายในประเทศไปแล้วกว่า 47,000 คัน (เติบโต 13% นำโดย Yaris Cross และ Corolla Cross) รวมถึงกลุ่มรถกระบะว่า
“ในมุมมองของโตโยต้า เรามองว่าตลาดรถกระบะยังเป็นตลาดสำคัญของประเทศ ซึ่ง Hilux มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) กว่า 90% ได้พิสูจน์ด้วยยอดขายสูงถึง 48,741 คัน (โต 5.36%) ชี้ให้เห็นถึงความต้องการของลูกค้าทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ ทั้งหมดนี้มาจากความไว้วางใจของผู้บริโภค ทั้งในด้านคุณภาพ ความทนทาน ตลอดจนความพร้อมของบริการหลังการขายและคลังอะไหล่ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ”
ช่องทางติดตามข่าวสาร
- Facebook: facebook.com/autoiron?mibextid=LQQJ4d
- Youtube: www.youtube.com/@AUTOiRON1
- Tiktok: tiktok.com/@autoiron1?_t=8nJ016mUM4o&_r=1
- Website: autoironautomobile.com
ติดต่องานได้ที่:
- Email: autoironautomobile@gmail.com


