
ตลาดรถยนต์ไทยเดือนสิงหาคม 2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน ยอดผลิตแตะ 124,646 คัน เพิ่มขึ้น 10.93% ขณะที่ยอดขายในประเทศ 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 25.59% ส่วนยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 69,724 คัน ลดลง 2.04% สะท้อนภาพตลาดในประเทศที่ได้แรงหนุนจากรถยนต์ไฟฟ้า แต่ตลาดกระบะและการส่งออกยังเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขเดือนสิงหาคมว่า ไทยผลิตรถยนต์ 124,646 คัน เพิ่มขึ้น 10.93% จากเดือนเดียวกันปีก่อน โดยแรงส่งสำคัญมาจากรถยนต์นั่ง BEV ผลิต 13,126 คัน เพิ่มขึ้น 77.38% และรถยนต์นั่ง HEV ผลิต 18,136 คัน เพิ่มขึ้น 51.54% ขณะที่รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาป หรือ ICE ผลิต 17,355 คัน ลดลง 20.51%
ด้านยอดขายในประเทศเดือนเดียวกันอยู่ที่ 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 25.59% โดยรถยนต์นั่ง BEV เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขายได้ 19,721 คัน เพิ่มขึ้น 113.29% คิดเป็น 32.97% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ HEV ขาย 14,807 คัน เพิ่มขึ้น 31.84% ส่วนรถยนต์นั่ง ICE ขาย 7,973 คัน ลดลง 17.04%

แต่ตลาดที่ยังน่าเป็นห่วงคือ รถกระบะ โดยกระบะ 1 ตันขาย 5,177 คัน ลดลง 10.77% และกระบะดับเบิลแค็บขาย 4,910 คัน ลดลง 3.63% ขณะที่ PPV ยังเติบโต ขาย 3,084 คัน เพิ่มขึ้น 18.48%
ส่วนตลาดส่งออกเดือนสิงหาคม ไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 69,724 คัน ลดลง 2.04% โดยรถกระบะยังเป็นสัดส่วนหลัก 39,079 คัน หรือ 56.05% ของการส่งออกทั้งหมด แต่ลดลง 5.01% ขณะที่รถยนต์นั่ง ICE ส่งออกเพียง 2,316 คัน ลดลงถึง 84.27% สวนทางกับ HEV ที่ส่งออก 10,717 คัน เพิ่มขึ้น 245.82% และ BEV 1,478 คัน เพิ่มขึ้น 7.73%

8 เดือนแรกยังเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
ตั้งแต่เดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 ไทยผลิตรถยนต์รวม 959,711 คัน เพิ่มขึ้น 1.27% ขณะที่ยอดขายในประเทศอยู่ที่ 465,971 คัน เพิ่มขึ้น 16.60% โดย BEV มียอดขายสะสม 145,132 คัน เพิ่มขึ้น 100.81% และ HEV 102,351 คัน เพิ่มขึ้น 14.22% ขณะที่รถยนต์นั่ง ICE เหลือ 70,026 คัน ลดลง 20.63%
ตรงกันข้าม ตลาดกระบะยังหดตัว โดยกระบะ 1 ตันมียอดขายสะสม 42,524 คัน ลดลง 16.67% แม้กระบะดับเบิลแค็บยังขายได้ 46,824 คัน เพิ่มขึ้น 6.34% และ PPV 26,948 คัน เพิ่มขึ้น 13.88%

ขณะที่ฝั่งการส่งออก 8 เดือน ไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 565,037 คัน ลดลง 6.29% โดยรถกระบะยังเป็นสินค้าหลัก 346,459 คัน คิดเป็น 61.32% ของการส่งออกทั้งหมด แต่ลดลง 8.48% ส่วนรถยนต์นั่ง ICE ส่งออก 45,915 คัน ลดลงถึง 54.76% ขณะที่ BEV ส่งออก 12,135 คัน เพิ่มขึ้น 462.85% และ HEV 64,765 คัน เพิ่มขึ้น 92.19%
สำหรับตลาดตะวันออกกลางยังเป็นแรงกดดันสำคัญ เดือนสิงหาคมยอดส่งออกไปตลาดดังกล่าวลดลง 7,146 คัน หรือ 40.24% และตลอดช่วง 6 เดือนของสถานการณ์สู้รบ มียอดส่งออกลดลงสะสม 46,268 คัน

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า แม้ยอดผลิตและยอดจำหน่ายในประเทศช่วง 8 เดือนจะกลับมาขยายตัว แต่ตลาดรถกระบะยังหดตัวต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2565 ตลาดกระบะลดลงประมาณ 63% และเริ่มส่งผลกระทบไปถึงซัพพลายเชน เนื่องจากรถกระบะมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูง บางยี่ห้อมากกว่า 90%
ในเวลาเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าเดินหน้าเร็วขึ้น โดย 8 เดือนแรกมี BEV จดทะเบียนใหม่ 168,686 คัน เพิ่มขึ้น 82.17% และ ณ วันที่ 31 สิงหาคม มี BEV จดทะเบียนสะสม 539,630 คัน เพิ่มขึ้น 69.39% ส่วน HEV จดทะเบียนสะสม 720,082 คัน เพิ่มขึ้น 27.92%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ ส.อ.ท.จับตาคือ BEV ที่ขายในประเทศยังพึ่งพารถนำเข้าสูง โดย 8 เดือน ไทยผลิตรถยนต์นั่ง BEV ได้ 60,578 คัน ขณะที่ยอดขายอยู่ที่ 145,132 คัน คิดเป็นการผลิตในประเทศเพียง 41.74% ของยอดขาย และมีรถนำเข้า 84,554 คัน หรือ 58.26%

ส.อ.ท.จึงเสนอให้ภาครัฐปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยพิจารณาตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย รวมถึงการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อให้การเติบโตของตลาด EV เชื่อมโยงกับฐานการผลิต การจ้างงาน และซัพพลายเชนในประเทศมากขึ้น
ภาพรวม 8 เดือนจึงสะท้อนชัดว่า ตลาดรถไทยกำลังฟื้น แต่ฟื้นไม่เท่ากัน รถไฟฟ้าและไฮบริดเติบโตแรง ขณะที่รถยนต์นั่ง ICE และรถกระบะยังหดตัว ส่วนตลาดส่งออกยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ
-
Facebook: facebook.com/autoiron?mibextid=LQQJ4d
- Youtube: www.youtube.com/@AUTOiRON1
- Tiktok: tiktok.com/@autoiron1?_t=8nJ016mUM4o&_r=1
- Website: autoironautomobile.com
ติดต่องานได้ที่:
- Email: autoironautomobile@gmail.com


