ฮอนด้า เปิดราคา New City เริ่ม 569,000 บาท เพิ่มรุ่น e:HEV V 619,000 บาท

autoironautomobile
ฮอนด้า  เปิดตัว New Honda City อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศราคาจำหน่ายใหม่ เริ่มต้น 569,000 บาท สำหรับรุ่น Turbo S และเพิ่มรุ่นใหม่ e:HEV V ราคา 619,000 บาท เป็นครั้งแรก เพื่อขยายฐานลูกค้าที่ต้องการรถฟูลไฮบริดในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมอัปเกรดดีไซน์ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีหลายรายการ หวังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด B-Segment ที่ยังดุเดือด
ไฮไลต์สำคัญของการปรับโฉมครั้งนี้ คือการเพิ่มรุ่น e:HEV V เข้ามาอยู่ระหว่างรุ่น Turbo และ e:HEV SV ทำให้ Honda City Hybrid มีราคาเริ่มต้นเพียง 619,000 บาท สำหรับตัวถังซีดาน และ 629,000 บาท สำหรับตัวถังแฮทช์แบ็ก ถือเป็นการลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยีฟูลไฮบริดของฮอนด้า
นอกจากการเพิ่มรุ่นใหม่แล้ว New Honda City ยังได้รับการปรับโฉมรอบคัน ทั้งกระจังหน้าใหม่ ไฟหน้า LED พร้อม Connecting Light ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ รวมถึงเพิ่มสีตัวถังใหม่ Blazing Red Pearl และ Urban Gray Pearl ขณะที่รุ่น Hatchback e:HEV RS มีตัวเลือกหลังคาสีดำแบบทูโทน
ห้องโดยสารได้รับการอัปเกรดด้วยหน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อม Wireless Charger ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (MVCS) และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติในรุ่นสูง ขณะที่ระบบความปลอดภัย Honda SENSING ยังคงติดตั้งมาให้ครบ
ด้านขุมพลังยังมีให้เลือก 2 ทางเลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO กำลังสูงสุด 122 แรงม้า และระบบ e:HEV Full Hybrid ที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร พร้อมอัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 27.8 กม./ลิตร ตามข้อมูลจากผู้ผลิต
ราคาจำหน่าย New Honda City
Sedan 4 ประตู
* Turbo S ราคา 569,000 บาท
* e:HEV V ราคา 619,000 บาท (ใหม่)
* e:HEV SV ราคา 689,000 บาท
* e:HEV RS ราคา 739,000 บาท
Hatchback 5 ประตู
* Turbo S ราคา 579,000 บาท
* e:HEV V ราคา 629,000 บาท (ใหม่)
* e:HEV SV ราคา 699,000 บาท
* e:HEV RS ราคา 749,000 บาท
การปรับเกมครั้งนี้สะท้อนว่า ฮอนด้าไม่ได้เลือกแข่งขันด้วยการปรับโฉมเพียงอย่างเดียว แต่พยายามขยายฐานลูกค้าด้วยรุ่นไฮบริดที่มีราคาจับต้องง่ายขึ้น ซึ่งจะเพียงพอให้ Honda City กลับมาสร้างแรงกระเพื่อมในตลาด B-Segment ได้หรือไม่ คงต้องรอดูการตอบรับจากผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีหลังนี้

ช่องทางติดตามข่าวสาร

ติดต่องานได้ที่: 

  • Email: autoironautomobile@gmail.com

Related Posts