เปิดสเปก Mercedes-Maybach EQS 680 SUV เเละ Mercedes-Maybach S 580 e Premium

autoironautomobile

23 พฤศจิกายน 2567

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เสริมทัพไลน์อัพยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury กว่า รุ่น ครอบคลุมทั้งแบรนด์ Mercedes-Maybach และรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ในกลุ่ม G-Class, S-Class และ V-Class โดยจัดแสดงภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Art of Cultivated Luxury” นำเสนอความงดงามของศิลปะร่วมสมัยที่ผสานเข้ากับยนตรกรรมของเมอร์เซเดสเบนซ์ ผ่าน องค์ประกอบ ได้แก่ Luxury on Wheel, The Essence of Elegance, Culinary Mastery, The Art of Fine Drinking, และ Notes of Perfection สะท้อนถึงความประณีต รสนิยมชั้นสูง และสุนทรียภาพแห่งชีวิต รวมถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดสเบนซ์ ในการมอบประสบการณ์อันเหนือระดับให้กับลูกค้าระดับไฮเอนด์ในทุกมิติ 

Mercedes-Maybach EQS 680 SUV | ราคาเริ่มต้น 12,500,000 บาท

Mercedes-Maybach EQS 680 SUV รถยนต์ไฟฟ้า BEV (Battery electric vehicle) รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีที่ตอบโจทย์การใช้งานอันเหนือระดับ

สมรรถนะการขับขี่

มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกติดตั้งบริเวณเพลาขับหน้าและหลัง ให้กำลังสูงสุดถึง 658 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 950 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 4.4 วินาที ต่อเนื่องทุกการเดินทางด้วยแบตเตอรี่แบบ High-voltage ชนิด Lithium-ion ที่มีความจุมากถึง 118.0 kWh พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีที่สุดอย่าง fully-variable 4MATIC+ all-wheel drive สามารถวิ่งได้ไกลถึง 615 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (WLTP)

ดีไซน์ภายนอก

  • ระบบไฟหน้า DIGITAL LIGHT สามารถปรับความสว่างได้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมและการจราจร
  • ระบบประตูแบบ Soft Close พร้อมประตูไฟฟ้า Electric Door ทั้ง 4 บาน
  • ครั้งแรกที่มาพร้อมระบบ KEYLESS-GO Convenience Package Plus สามารถเปิด-ปิดและควบคุมประตูได้ทั้งบานคู่หน้าและคู่หลัง โดยประตูไฟฟ้าสามารถทำงานได้แม้อยู่บนทางลาดชัน และทำงานร่วมกับระบบแจ้งเตือนอันตรายก่อนการเปิด-ปิดประตูรถ
  • Rear axle steering 10° โดยที่ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้มากถึง 10° ช่วยให้การขับขี่คล่องตัวและเลี้ยวได้อย่างง่ายดายแม้ในพื้นที่แคบ

ดีไซน์ภายใน

 

  • หน้าจอ MBUX Hyperscreen ยาวต่อเนื่องกันถึง 56 นิ้ว
  • กระจกป้องกันรอยขีดข่วนคุณภาพสูง Gorilla® Glass แผ่นเดียวต่อเนื่องตลอดทั้งหน้าจอ โดยแบ่งการใช้งานเป็น 3 ส่วน ได้แก่
    • หน้าจอ Driver Display แบบ LED matrix backlighting ขนาด 12.3 นิ้ว
    • หน้าจอ Central Display แบบ OLED ขนาด 17.7 นิ้ว
    • หน้าจอ Co-driver Display แบบ OLED ขนาด 12.3 นิ้ว
  • ระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ระบบ NTG7 ที่รองรับคำสั่งเสียงได้มากถึง 27 ภาษา
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Exclusive Nappa Leather
  • เบาะนั่งพิเศษ Active Multi-Contour ที่มีระบบนวดกว่า 10 โปรแกรม แบบ ENERGIZING massage function
  • ระบบปรับอุณหภูมิเบาะแบบ Climate seats ได้ทั้งแบบอุ่นและแบบเย็น
  • ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL พร้อม HEPA FILTER ผสานการทำงานร่วมกับ AIR BALANCE PACKAGE ในการมอบบรรยากาศที่สดชื่นรอบห้องโดยสาร
  • Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ทั้งหน้าจอแบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จำนวน 2 หน้าจอ ขนาด 11.6 นิ้ว
  • ควบคุมด้วยระบบสัมผัสแบบ Multi-touch
  • รองรับการเชื่อมต่อภาพและเสียงแบบ Mini HDMI
  • MBUX rear tablet หน้าจอขนาด 7.4 นิ้ว แบบ HD-resolution Display สามารถสลับการใช้งานได้ระหว่าง MBUX และ Android โดยแท็บเล็ตจะเชื่อมต่อและควบคุมหน้าจอต่าง ๆ ภายในรถผ่านสัญญาณ Wi-Fi สามารถควบคุมการเปิด-ปิดม่าน ระบบปรับอากาศ ระบบ climate seat และระบบนวดสำหรับที่นั่งตอนหลังได้อย่างเต็มที่
  • ตู้เย็นบริเวณด้านหลังที่เท้าแขนของผู้โดยสารตอนหลัง ความจุ 10 ลิตร พร้อมปุ่มควบคุมอุณหภูมิ (+7°C ถึง +1°C) ออกแบบพิเศษสำหรับแช่แชมเปญได้ 2 ขวด พร้อมที่วางแก้วแชมเปญสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

เทคโนโลยีเเละระบบความบันเทิง

  • ระบบเสียง Burmester® 4D surround sound system ด้วยลำโพงคุณภาพสูงกว่า 15 ตัว แบบ Premium Speakers ติดตั้ง Amplifier Channels ให้กำลังขับสูงสุด 790 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos®
  • หูฟังไร้สายความละเอียดสูง พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation 

เทคโนโลยีความปลอดภัย

  • ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC)
  • ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist)
  • ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist)
  • Parking Package
  • กล้องรอบคัน 360° ฯลฯ 

สีตัวถังภายนอก

Non-Metallic Paints ให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่

  • สีดำ (Black)
  • สีขาว (Polar White)

Metallic Paints ให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่

  • สีดำ (Obsidian Black)
  • สีน้ำตาล (Velvet Brown)
  • สีน้ำเงิน (Sodalite Blue)
  • สีเงิน (High-tech Silver)
  • สีเขียว (Emerald Green)
  • สีเทา (Selenite Grey)

MANUFAKTUR Paints Finish ทั้งหมด 2 สี ได้แก่

  • สีขาว (MANUFAKTUR Opalite White Bright)
  • สีเทา (MANUFAKTUR Alpine Grey Solid) 

Mercedes-Maybach S 580 e Premium | ราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท

“Mercedes-Maybach S 580 e” ยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ลักชัวรีที่สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามตามแบบฉบับของ Mercedes-Maybach ครั้งแรกกับรุ่นประกอบในประเทศไทยและถือเป็นประเทศแรกที่ขึ้นไลน์ผลิตตัวถังสีทูโทนแบบ Local Production โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนผสานขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริด รวมทุกความเป็นเลิศเหนือจินตนาการทั้งสมรรถนะ ดีไซน์ภายนอกและภายใน เทคโนโลยีที่มอบความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่เหนือระดับ พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ด้วยยนตรกรรมระดับสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์

เครื่องยนต์เเละขุมพลัง

Mercedes-Maybach S 580 e ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย มอบสมรรถนะในการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 6 สูบ พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุดถึง 367 แรงม้าที่ 5,500-6,100 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1,600-4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันให้กำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 5.7 วินาที ติดตั้งแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบ Lithium-ion ขนาด 28.6 kWh ช่วยให้สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP

การชาร์จไฟ

  • รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 60 kWh ใช้เวลา 30 นาที
  • การชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh ใช้เวลาชาร์จ 2 ชั่วโมง 30 นาที

ดีไซน์ภายนอก

  • กระจังหน้าโครเมียมแบบ Radiator grille
  • ตราสัญลักษณ์ Maybach อันเป็นเอกลักษณ์
  • กระจกแบบ laminated glass ช่วยสะท้อนความร้อน ป้องกันรังสีอินฟาเรดและเสียงสะท้อนจากภายนอก
  • มาพร้อมไฟหน้าแบบ DIGITAL LIGHT
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ผสานการทำงานด้วยระบบปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System) ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light)
  • ไฟท้ายดีไซน์ใหม่พิเศษแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี fibre-optic
  • ล้อ MAYBACH แบบ forge wheels ขนาด 20 นิ้ว
  • ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (AIRMATIC) เพื่อช่วงล่างที่นุ่มนวล

ดีไซน์ภายใน

  • แผงคอนโซลกลางแบบ black crystal-look finish
  • หน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลาง OLED ขนาด 12.8 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ที่สามารถปรับรูปแบบการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ
  • ตกแต่งบริเวณโครงหลังคาอย่างปราณีตด้วย DINAMICA microfibre คุณภาพสูง
  • พวงมาลัย 3 ก้านแบบใหม่ Wood/Leather Multifunction
  • เพิ่มการตกแต่งลายไม้หลังเบาะผู้โดยสารตอนหน้าแบบ MANUFAKTUR black piano lacquer trim ที่มีเส้นสายโค้งไหลลื่น ให้ความรู้สึกล้ำสมัย
  • ระบบนั่งด้านหลังแบบเฟิร์สคลาส
  • ฟังก์ชันการนวด
  • ถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า (Centre Airbag)
  • ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4-ZONE
  • ฟังก์ชันปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package)
  • ระบบฟอกอากาศแบบ HEPA filter
  • ระบบตรวจวัดระดับฝุ่นละอองขนาด PM 2.5 

ระบบความบันเทิง

  • ระบบ MBUX Interior Assistant เพื่อผู้โดยสารด้านหลัง
  • ระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียแบบ MBUX ที่เชื่อมต่อ music streaming service ระบบแผนที่นำทาง และระบบตรวจสอบสภาพการจราจร Live Traffic Information
  • ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system 
  • Ambient lighting ระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารกว่า 64 เฉดสี รวมถึง 2 เฉดสีพิเศษ ได้แก่ สี twinkle-star และสี rosé gold ที่มีเฉพาะในยนตรกรรมจาก Mercedes-Maybach เท่านั้น

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย

  • ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance package
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist) 
  • ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและเตือนเมื่อปล่อยมือ (Active Steering Assist with hands-off warning)
  • ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist
  • ระบบช่วยจอด Active Parking Assist with PARKTRONIC พร้อมกล้อง 360° ที่จะช่วยนำรถเข้าจอดได้อย่างง่ายดายผ่านการส่งสัญญาณเสียง
  • การแสดงภาพรอบทิศทางผ่านกล้อง 360° ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อช่วยควบคุมการจอดรถได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น 

สีตัวถังภายนอก

Mercedes-Maybach S 580 e มาพร้อมสีทูโทนใหม่ คือ

  • High-tech Silver / Selenite Grey

ช่องทางติดตามข่าวสาร

ติดต่องานได้ที่: 

  • Email: autoironautomobile@gmail.com

Related Posts