ISUZU เปิดตัวขุมพลังใหม่ “2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo”เร็วกว่า แรงกว่า ประหยัดกว่า

autoironautomobile

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เขย่าวงการรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวขุมพลังดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุด “ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo” ใน 2 รถยนต์ยอดนิยมอย่าง NEW ISUZU D-MAX และ THE NEW MU-X ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะความแรง ความทนทาน และความประหยัดอย่างสมบูรณ์แบบ
ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด
สเปกแรงสุดในพิกัด เทอร์โบคู่ครั้งแรกของ ISUZU
เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอีซูซุ โดยเป็นขุมพลังเทอร์โบคู่ (Sequential Two-Stage Bi-Turbo) รุ่นแรกที่ถูกนำมาประจำการ เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่จัดจ้านและตอบสนองได้รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น
– กำลังสูงสุด: 204 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที
– แรงบิดสูงสุด: 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที (แรงบิดสูงที่สุดเท่าที่อีซูซุเคยมีมา)
– อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: เร็วกว่าเดิมถึง 5%
– อัตราเร่งแซง 80-100 กม./ชม.: เร็วกว่าเดิมถึง 12%
-ประหยัดน้ำมัน: ดีขึ้นกว่าเดิม 8% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า
นวัตกรรมชูโรงใน ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo
-ระบบอัดอากาศ Bi-Turbo เทอร์โบคู่: ผสานการทำงานระหว่างเทอร์โบแรงดันต่ำแปรผัน (VGS Low-pressure turbo) และเทอร์โบแรงดันสูง (High-pressure turbo) ช่วยลดอาการเทอร์โบแลค (Turbo Lag) เรียกกำลังได้แม่นยำตั้งแต่รอบต่ำ และพุ่งทะยานได้อย่างต่อเนื่องในรอบสูง
-ระบบฉีดน้ำมัน Gi-BOOST: ใช้หัวฉีดแรงดันสูง 250 MPa แบบ 10 รูหัวฉีด สร้างละอองน้ำมันละเอียดยิบ จุดระเบิดแม่นยำ เผาไหม้สมบูรณ์แบบ
-ระบบส่งกำลังปรับใหม่: จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด REV TRONIC ที่ได้รับการปรับจูนการทำงาน (Mapping) ใหม่ทั้งหมด ถ่ายทอดพละกำลังได้อย่างไหลลื่นและต่อเนื่อง (มีเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้เลือกเช่นกัน)
-ความทนทานระดับ EXTREME STRENGTH: เสื้อสูบแกร่งพิเศษแบบเดียวกับรุ่นใหญ่ พร้อมลูกสูบ Ultra Low Friction เคลือบสาร EvoGlide Tech Coating และออกแบบรูระบายความร้อนพิเศษ ร่วมกับระบบหล่อเย็น/หล่อลื่น HIGH FLOW PERFORMANCE รองรับการใช้งานหนักได้อย่างไร้กังวล
(หมายเหตุ: สำหรับเครื่องยนต์ขนาด 3.0 Ddi MAXFORCE เดิม ยังคงมีจำหน่ายควบคู่กันไป เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เน้นการใช้งานหนักระดับ Heavy Duty อย่างต่อเนื่อง)
เผยโฉมและอัปเกรดไลน์อัพใหม่
นอกจากการเปลี่ยนหัวใจใหม่แล้ว อีซูซุยังได้ปรับโฉมและเพิ่มออปชันให้กับทั้ง 2 โมเดลอย่างน่าสนใจ
-NEW ISUZU D-MAX (รุ่น 2.2 Bi-Turbo): มาพร้อมการปรับรูปโฉมภายนอก Complete Look เน้นความดุดันสไตล์ Max-Truck/4×4 Sport Off-Road อาทิ กระจังหน้าสีเทาดำ Onyx, กันชนหน้าแบบ Armor Design, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สี Glossy Black, ซุ้มล้อ Over-fender สีดำด้านช่วยเพิ่ม Downforce ตามหลัก Aerodynamics พร้อมสัญลักษณ์ Bi-Turbo Badge โครเมียมบริเวณท้ายรถ
-THE NEW MU-X: ถ่ายทอดความสปอร์ตพรีเมียมเต็มขั้น โดยเฉพาะในรุ่น RS และ Ultimate ที่มาพร้อมสีใหม่ สีเทา Kawasaki Grey (Opaque), กระจังหน้า Supreme Opaque Grill, ไฟหน้า Dynamic Blade ลายเส้น Arrow Signature, ล้ออัลลอย Two-Tone ขนาด 20 นิ้ว พร้อมการติดตั้ง Aero Diffuser ทั้งหน้า-หลัง เสริมการยึดเกาะถนนและการเข้าโค้งที่นุ่มนวล แม่นยำ ภายในแต่งด้วยโทนสี Table Grey หรูหรา
-รุ่นย่อยอื่นๆ: มีการอัปเกรดฟังก์ชันในรุ่น Spark 4×4 (เพิ่มกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ, กระจกไฟฟ้า, Central Lock) และรุ่น Cab Chassis / เกรด L ขึ้นไป ที่มาพร้อมไฟท้าย LED และรองรับล็อกฝาท้าย
กิจกรรมพิเศษและโปรโมชันเปิดตัว
ทดลองขับ “TASTE YOUR POWER”  ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2569 ร่วมทดลองขับขุมพลังใหม่ รับคูปองเครื่องดื่มพันธุ์ไทยฟรี 2 แก้ว (จำกัด 20,000 สิทธิ์แรก). แคมเปญ “ดีลสุดคุ้ม แรงหยุดโลก”: มอบส่วนลดสูงสุด 20,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2569 (พิเศษ! สมาชิก Isuzu my-Member รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 50,000 บาท)
สัมผัสคันจริง: ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม เป็นต้นไป
ราคาอย่างเป็นทางการ ทั้ง 2 รุ่น
THE NEW MU-X
รุ่น RS: ราคาเริ่มต้น 1,627,000 บาท
รุ่น ULTIMATE: ราคาเริ่มต้น 1,557,000 บาท
รุ่น ELEGANT: ราคาเริ่มต้น 1,432,000 บาท
รุ่น ACTIVE: ราคาเริ่มต้น 1,197,000 บาท
NEW ISUZU D-MAX
รุ่น V-CROSS 4×4: ราคาเริ่มต้น 940,000 บาท
รุ่น HI-LANDER: ราคาเริ่มต้น 781,000 บาท
รุ่น CAB 4: ราคาเริ่มต้น 752,000 บาท
รุ่น SPACECAB: ราคาเริ่มต้น 671,000 บาท
รุ่น SPARK: ราคาเริ่มต้น 561,000 บาท

ช่องทางติดตามข่าวสาร

ติดต่องานได้ที่: 

  • Email: autoironautomobile@gmail.com

Related Posts