
ปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่นใหม่ มาพร้อมกับพัฒนาการอันเหนือชั้น นับเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ของ ปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย

ปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่นที่ 3 มีลักษณะภายนอกให้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยลักษณะด้านหน้ารถที่ผสมผสานอย่างลงตัวเข้ากับซุ้มล้อที่เพิ่มความแข็งแกร่งดุดันยิ่งขึ้น ฝากระโปรงหน้า และระบบไฟหน้า Matrix หรือ HD-Matrix ด้วยไฟท้ายดีไซน์สามมิติและแผงด้านหลังที่ถูกออกแบบใหม่ช่วยเพิ่มความลงตัวให้กับรถในทุกๆ มุมมอง เพิ่มเติมด้วยการนำเสนอสีใหม่ 3 เฉดสี พร้อมคอลเลคชั่นชุดล้อขนาด 20, 21, และ 22 นิ้ว

Cayenne E-Hybrid มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบ ผสมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 กิโลวัตต์ เพิ่มขึ้น 30 กิโลวัตต์ เป็น 130 กิโลวัตต์ (176 แรงม้า) กำลังผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 346 กิโลวัตต์ (470 แรงม้า) ติดตั้งกับแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่มีความจุเพิ่มขึ้นจากเดิม 17.9 kWh เป็น 25.9 kWh (ขึ้นอยู่กับระดับอุปกรณ์) ทำให้รถสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าตามมาตรฐาน WLTP ได้มากถึง 90 กิโลเมตร ในส่วนของ On board charger ของตัวรถ ถูกปรับให้สามารถรับกระแสไฟได้มากขึ้นถึง 11 กิโลวัตต์ อีกทั้งยังลดเวลาการชาร์จ (จากแหล่งพลังงานที่เหมาะสม) ด้วยระยะเวลาน้อยกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ในขณะที่ความจุของแบตเตอรี่มีเพิ่มขึ้น โดยโหมดการขับขี่แบบ E-Hybrid ที่ได้รับการปรับปรุงนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของรถทุกการเดินทาง

ภายใน คาเยนน์ ใหม่ (New Cayenne) ยังมีการปรับปรุงจอแสดงผลและแผงการควบคุมใหม่ทั้งหมด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Porsche Driver Experience ซึ่งเป็นประสบการณ์การขับขี่เฉพาะของปอร์เช่เท่านั้น ที่เปิดตัวครั้งแรกในปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) โดยเน้นไปที่บริเวณผู้ขับขี่และถูกปรับการทำงานให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งฟังก์ชั่นที่ผู้ขับขี่ใช้บ่อยจะติดตั้งอยู่บนหรือติดกับบริเวณพวงมาลัยโดยตรง ขณะที่เกียร์อยู่ใกล้กับคอพวงมาลัย ทำให้มีที่ว่างสำหรับเก็บของบริเวณคอนโซลกลางเพิ่มขึ้น แผงหน้าปัดดิจิทัลบริเวณที่นั่งของผู้ขับขี่ถูกออกแบบใหม่ด้วยดีไซน์โค้งมน ขนาด 12.6 นิ้วเต็มรูปแบบ พร้อมตัวเลือกการแสดงผลที่สามารถปรับเปลี่ยนได้

หน้าจอ Porsche Communication Management System (PCM) ขนาด 12.3 นิ้ว ผสานรวมเข้ากับแผงแดชบอร์ดแบบใหม่ได้อย่างลงตัว และเป็นครั้งแรกสำหรับฝั่งผู้โดยสารที่สามารถเลือกจอแสดงผลแบบใหม่ขนาด 10.9 นิ้ว โดยมีการเคลือบฟิล์มพิเศษเพื่อลดการรบกวนผู้ขับขี่ ที่ทำให้แน่ใจได้ว่าผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นจอแสดงผลนี้ได้ สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท (รุ่นตัวถัง คูเป้ (Coupé) ราคาเริ่มต้น 6.89 ล้านบาท)


